2010/Jun/18

ไม่ได้เขียนบล็อคเสียนาน เพราะหลายๆอย่าง

เผอิญช่วงนี้มีโอกาสได้คุยกับหลายๆท่านที่น้ำหนักเิกิน จนมีโรคบางอย่างตามติดมา

หลายคนก็ไม่ได้กินเยอะสักเท่าไร น้อยกว่าคนที่กำลังให้คำแนะนำปรึกษาด้วยซ้ำ

บางคนก็เลยบอกว่า น้องเกิดมาโชคดี กินแล้วไม่อ้วน...

.

มันไม่ใช่เรื่องของโชคหรอกค่ะพี่ มันเป็นเรื่องของ "การใช้ชีวิต"

การที่เรากินน้อยแล้วยังอ้วน เป็นสัญญาณของความยุ่งเหยิงในชีวิต...

ตามงานวิัจัยที่เคยอ่านมา นอกจากเรื่องรับแคลอรี่เข้าจากการกิน และเอาแคลอรี่ออกด้วยการเคลื่อนไหว

ยังมีเรื่่องอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับความอ้วนอีก

.

1. การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ...

ใครว่านอนน้อยๆ โหมงานเยอะๆ ร่างกายจะซูบผอมกัน... ไม่จำเป็นเสมอไป

มีงานวิจัยบอกว่า คนที่นอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน มีความเสี่ยงจะอ้วนง่าย !!

ถึงตอนดึกๆจะไม่ได้เอาอะไรขึ้นมากิน ก็เถอะนะ เขาเปรียบเทียบกับคนที่กินอาหารแคลอรี่เท่ากัน

แต่คนที่นอนน้อยกว่า กลับมีน้ำหนักตัวมากกว่า !! แปลกไหมล่ะ ??

(แต่คงไม่ใช่ให้เราเอาแต่นอน ไม่เคลื่อนไหวล่ะนะ อย่างนั้นคงจะอ้วนแทนที่จะผอม)

.

2. การรับประทานอาหารเช้า...

อันนี้ก็มีงานวิจัยหลายชิ้นเหมือนกันที่บอกว่า คนที่กินอาหารเช้าจะมีอัตราการเผาผลาญที่ดีกว่า

หลายคนไม่ค่อยมีเวลากินข้าวเช้า มักจะกินแค่กาแฟหรือข้ามมื้อนั้นไปเฉยๆ

ทีนี้ งานวิจัยไม่ได้บอกรายละเอียดของเส้นแบ่งคำว่า "กินข้าวเช้า"

ถ้ากินขนมปังแผ่นหนึ่งนับว่ากินไหม ? ถ้ากินคุกกี้ชิ้นหนึ่ง ? แล้วนมกล่องหนึ่งล่ะ

ก็ัยังเป็นเรื่องที่เราต้องวิจัยกันต่อไปว่า อาหารเช้านั้น หมายถึงอะไร

 .

3. อดข้าวเย็นดีกว่า เดี๋ยวก็นอนแล้ว

วิธีสุดฮิตของสาวน้อยสาวแก่หลายคนที่เคยได้ยินมา จะใช้วิธีอดข้าวเย็น

ขอบอกว่า จากประสบการณ์ ไ้ด้ผลจริง !! แต่คุณต้องทำอย่างนั้นตลอดชีวิตนะ

เพราะถ้าวันใดคุณไปงานเลี้ยง หรือว่าเผลอกินข้าวเย็นขึ้นมา ร่างกายผอมสวยนั้นจะอ้วนอย่างรวดเร็ว

อันนี้ไ่ม่เคยเจอกับตัว แต่มีคนเล่าให้ฟัง สันนิษฐานกันเองมั่วๆ ไม่ได้มีอะไรรองรับว่า

อาจเป็นเรื่อง biological clock ร่างกายเคยชินว่า ช่วงนั้น จะไม่ได้รับอาหารและทำการเปลี่ยนสิ่งที่สะสม

ออกมาเป็นพลังงาน แต่พอเรากินลงไป ก็เลยเกิดการสะสมแทนที่จะเผาผลาญ ทำให้อ้วนง่าย

เอาเข้าจริงๆ ไม่ค่อยสนับสนุนนะ เพราะคนที่เคยงดข้าวเย็น แล้วเผลอไผลกลับมาอ้วน

จะลดน้ำหนักอีกที จะลงยากมากๆ...

.

 4. ไม่มีเวลา กินไม่เป็นเวลา ว่างค่อยหาอะไรใส่ปาก...

ข้อที่ว่างเมื่อไหร่ค่อยกิน มักมาคู่กับ อะไรก็ได้ กินๆลงไปเถอะ

พอสองอย่างนี้จับคู่กันแล้ว ความพินาศจะมาเยือนทันที...

หลายคนทำงานหนักมาก ไม่ค่อยมีเวลากินข้าวปลา แต่ดันอ้วนเหมือนตุ่ม

เพราะพอคุณเธอว่าง ก็เล่นไม่เลือกของที่จะโยนใส่ปาก แม้ปริมาณจะน้อย แต่บางอย่างก็แคลอรี่สูงปรี๊ด

.

การลดน้ำหนักนั้นคือ การปรับชีวิตให้มีระเบียบมากขึ้น 

กินข้าวให้ตรงเวลา รู้จักเคลื่อนไหวร่างกายบ้าง ไม่ใช่ขึ้นแต่ลิฟท์ นั่งทำงานแต่กับโต๊ะ

ของที่กินนั้น ก็ต้องหลากหลาย อะไรที่แคลอรี่สูงๆ ก็ลองทำตารางดู พยายามเว้นระยะห่าง

อย่าพยายามอด พยายามเลิก เพราะทำไม่ได้หรอก ยิ่งเป็นของที่ชอบแล้ว ลองจัดให้ห่างออกไปดู

ตั้งวัน เอาไว้ว่า เดือนนี้ฉันจะเกินสัก 2 หน ห่างกันสองอาทิตย์ จะได้กระจายแคลอรี่ออกไป

เป็นรางวัลที่ฉันทำตัวดีมาตลอด เป็นกำลังใจที่ฉันพยายามมาตลอด

.

ณ ปัจจุบันคนที่พิมพ์อยู่ หนัก 48 กิโลกรัม สูง 159 เซนติเมตร ไม่ผอมไม่อ้วน แม้มีบางคนบอกว่าผอมจัง

ตอนนี้ใ้ช้ชีวิตโดยการเดินขึ้นชั้น 4 (บวกอีก 1 ชั้นลอยเกือบ 5 ชั้น) ทุกวัน และเดินจากรถไฟฟ้ามาที่ทำงาน

หลายครั้งใช้วิีธีเดิน (ถ้าไม่รีบ) แทนการใช้ลิฟท์ แม้ว่าชั้นที่จะไปจะอยู่ถึงชั้น 6 ก็ตาม (เดินไปอีกตึก)

คำเตือน การเดินขึ้นลงบันไดนั้น เป็นการออกกำลังกายที่ดี แต่ต้องใช้ท่าทางใ้ห้เหมาะสม

ไม่งั้นอาจบาดเจ็บที่เข่าได้โดยง่าย ใครมีปัญหาด้านเข่า ลองปรึกษาหมอกระดูกหรือนักกายภาพบำบัดดูนะ

.

เอาล่ะ ลองมาปรับชีวิตกันเถอะ...กินน้อยแล้วทำไมยังอ้วน...

อาจเพราะชีวิตมันไม่สมดุลมากกว่า หรือเปล่า ?

ลองค่อยๆเร่งระบบเผาผลาญ โดยการจัดระเบียบชีวิตและการออกกำลังกายดูนะ

แต่นับแคลอรี่ก็สำคัญ เหมือนกัน อันนี้พูดในแง่ว่า บางคนกินน้อยมาก แต่ยังอ้วน

.

คราวหน้าจะมาพูดถึงวิธีลดน้ำหนักบางอย่างที่เคยได้ยินมา แต่ฟังแล้วถึงบางอ้อทันทีว่า

"ทำไมถึงไม่ผอม ทำไมน้ำหนักถึงไม่ลงสักที..."

2010/May/19

ท่อนสร้อยของเพลงคนไทยรักสงบ...

(ท่อนอื่นแกะไม่ออก...ขออภัย)

 

แม้ว่าเมล็ดพันธุ์นี้ นั้นจะมาจากไหน.............. 

แต่ว่ากิ่งก้านใบของมันก็เติบใหญ่ในแผ่นดินนี้

และจะหยั่งรากลึก ให้ลึกลงแม้อีกสักกี่ปี..... 

เพื่อเป็นพืชผลที่ดี เพื่อเป็นคนดีของไทย.....

ฉันเป็นมายังไง ไม่สำคัญใด......................

ไม่สำคัญแม้ว่า ฉันเกิดจากชาติใด.............

ขอแค่เพียงวันนึง ฉันตาย ในเมืองไทย..... 


ฉันภูมิใจ "ฉันคือคนไทย"            

 

(พยายามทำให้เหมือนธงชาติ ไม่ค่อยเหมือนแฮะ ^^")

เอาเป็นว่า ขอให้ทุกคนปลอดภัยนะคะ

 อยากให้ประเทศไทยของเรากลับมาเหมือนเดิม

edit @ 19 May 2010 17:06:29 by เพนกวิน...

2010/Apr/29

ไม่เคยจะขยันเขียนบล็อคเลยสักครั้ง....

แต่วันนี้ขอเขียนติดๆกันหน่อย

 

ใครที่มีเวลาว่าง ช่วยนอนให้พอแล้วไปบริจาคเลือดหน่อยเถอะค่ะ !!

พี่เจ้าหน้าที่สภากาชาด บอกว่า ตอนนี้เลือดเหลือน้อยมากๆ

วันนี้ก็มี sms มาจากทางสภากาชาด คาดว่า ใครเป็นขาประจำ แล้วอยู่ในช่วงบริจาคได้ คงได้กันหมด

เนื้อความมีว่า "กาชาดโลหิตสำรองขาดแคลนวอนบริจาคด่วน 29-30 เม.ย. เปิดถึง 19:30 โทร.02256430"

 

เพราะงั้น ถ้าใครว่าง ก็ถือว่า ได้ทำบุญอันยิ่งใหญ่ ช่วยคนให้รอด หากมีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้น

ตอนนี้คนไม่ค่อยกล้ามาสภากาชาดกัน แล้วแถมยังมีเรื่อง ก็เลยแย่แบบสุดๆ

วันนี้ไปมาแล้ว ก็ไม่มีอะไรนะ ถ้ากังวลก็อย่าไปดึกๆ ไปช่วงกลางวันของเสาร์อาทิตย์ก็ไม่น่าจะมีอะไร

ขอให้คนที่ไปบริจาคโลหิตนั้น ได้รับผลบุญส่งกลับคืนให้มีความปลอดภัยและสุขภาพแข็งแรงค่ะ