2009/Dec/06

มัวแต่ทำนู้นนี่ ไม่ได้เขียนบล็อคเลย วันนี้เลยกะว่า จะกลับมาเขียนสักนิด

เผอิญมีเรื่องนิดหน่อย ก็เลยกะว่า ประเด็นนี้น่าจะเหมาะกับการเขียนเรื่องอาหาร

.

จะมาพูดกันถึง น้ำผลไม้ที่ดูเป็นเครื่องดื่มสุขภาพ สำหรับคนรักสุขภาพ นิยมซื้อฝากผู้หลักผู้ใหญ่

แต่ไม่รู้มีใครเคยสงสัยไหมว่า เจ้าน้ำผลไม้ นี่มันมีอะไรดีบ้าง ?

อันดับ 1 มี antioxidant

สารต้านอนุมูลอิสระทั้งหลาย ตามที่ได้รับข้อมูลมาจากสื่อต่างๆ ป้องกันโรคเยอะแยะ จนจำไม่ไหว - -"

อันดับ 2 มีวิตามินและเกลือแร่หลายชนิด

ได้ยินมาตั้งแต่เด็กๆว่า วิตามินและเกลือแร่อยู่ในผักผลไม้

อันดับ 3 รสชาติอร่อย

แฮะๆ หรือไม่จริงกัน หลายคนก็กินน้ำผลไม้เพราะอร่อย โดยเฉพาะคนที่กำลังพิมพ์อยู่ 55+

อันดับ 4 อื่นๆ

มีเอนไซม์ มีสารพฤกษเคมี มีสารอาหารลับ อะไรอีกไม่รู้ สุดจะบรรยายได้ถูกต้อง

.

มองด้านดีๆกันไปแล้ว มามองด้านลบกันบ้าง

อันดับ 1 น้ำตาล

ใครที่เป็นโรคเบาหวาน หรือมีญาติผู้ใหญ่เป็นโรคเบาหวาน อุตส่าห์หลบหลีกน้ำหวาน น้ำอัดลมแทบตาย

แต่ลืมพลิกดูว่า เจ้าน้ำผลไม้กล่องมีน้ำตาลทั้งหมดเท่าไร บางยี่ห้อก็มีสูงไม่แพ้เจ้าพวกน้ำหวาน

ถึงจะเขียนว่า น้ำผลไม้แท้ 100 % แต่ถ้ามาลองนึกดูดีๆแล้ว น้ำผลไม้ ก็มาจากเจ้าผลไม้

และผลไม้ทั้งหลายทั้งปวง ก็มีน้ำตาลมิใช่น้อย พอแปรรูปมาเป็นน้ำใส่ลงกล่อง น้ำตาลก็ยังอยู่ครบถ้วน

ดังนั้น การดื่มน้ำผลไม้ ไม่ว่าจะกล่องแล้วเขียน 100 % ไม่ว่าจะคั้นเอง

อย่าลืมว่า มันมีน้ำตาล

อันดับ 2 แคลอรี่

ใครที่น้ำหนักตัวเกิน สาวๆที่อยากผอม มักจะเลือกน้ำผลไม้เสมอ จนบางครั้งแอบสงสัยว่า

เคยพลิกอ่านดู แคลอรี่กันบ้างหรือเปล่า ? ว่าแคลอรี่มันก็ไม่ได้น้อยสักเท่าไรเลยนะ

แถมด้วยความที่มันอร่อย หวานชื่นใจกินง่าย ดื่มเรื่อยๆ แล้วได้แคลอรี่ส่วนเกินมาเพียบ

ลองนึกดู ส้ม 1 ผล มีแคลอรี่ประมาณ 60 Kcal น้ำส้ม 1 แก้ว ต้องใช้ส้มประมาณ 3 ผล

แน่นอนว่า แคลอรี่ทั้งหมดอยู่ในน้ำที่คั้นออกมา เจ้ากากที่ทิ้งไปนั่น ไม่ค่อยมีแคลอรี่ติดไปสักเท่าไร

ดังนั้น น้ำส้ม 1 แก้ว = ส้ม 3 ผล = 60 Kcal คูณ 3 = 180 Kcal

ที่จริงอาจจะน้อยกว่านี้ ขึ้นกับปริมาณส้มที่ใช้ ขึ้นกับปริมาตรที่ดื่ม เท่าที่เคยอ่าน

น้ำผลไม้ 120 ml = 60 Kcal แก้วปกติอยู่ที่ประมาณ 200 ml มีประมาณ 100 Kcal ได้

ดังนั้น ควรจะระวังไว้บ้าง สำหรับสาวๆที่อยากผอม

อย่าลืม น้ำผลไม้เอง มันก็มีแคลอรี่ ให้พลังงาน กินเยอะๆก็อ้วนนา

.

สรุปแล้ว น้ำผลไม้ เป็นของที่กินแล้วดี แต่ไม่ได้เหมาะกับทุกคนเสมอไป

ดื่มน้ำผลไม้ ได้ทั้งวิตามิน เกลือแร่ ของดีๆ หลายอย่าง แถมรสชาติก็อร่อยอีกต่างหาก

แต่ต้องอย่าลืมว่า มันก็มีน้ำตาล มีแคลอรี่ อยู่เหมือนกัน เวลากินต้องนึกเสมอ

แต่ว่าคนไหน กำลังลดน้ำหนัก หรือมีโรคประจำตัวเป็นเบาหวาน ไม่ควรดื่มเป็นประจำ

(แปลว่า ถ้าดื่มทุกวัน ไม่ควร แต่ดื่มบ้างก็ไม่เสียหายอะไร ที่สำคัญคือ ไม่มากเกินไป)

น้ำผลไม้ ดื่มเพื่อสุขภาพ

แต่ต้องกลับมาถามตัวเองว่า ดื่มเท่าไร ? ถึงจะสุขภาพดี ไม่มากจนเกินไป

2009/Nov/07

จากที่เขียนมีสาระได้ 2 เอนทรี่ ต่อไปก็เข้าโซนเพ้อเหมือนเดิม 555+

เพิ่งได้ไปดู ลมหายใจ เดอะ มิวสิคัล มาเมื่อวันพุธที่ 4 พฤศจิกายน

ตอนจองบัตรลืมไปว่า มีเรียนพิเศษภาษา ตกใจแทบตาย นึกว่าจะต้องโดดเรียน

แต่แล้วก็นับๆเวลา เออ เลิกทัน ดิ่งไปดู วันนั้นก็เลยพุ่งออกมาด้วยความเร็วสูง

.

เข้าเรื่อง

ลมหายใจ เดอะ มิวสิคัล เป็นละครเพลงที่นำเพลงของคุณบอย โกสิยพงษ์มาร้อยเรียงเป็นเรื่องราว

พล็อตหลักๆคือ เวลาที่มีอยู่ในขณะนี้ รีบใช้ก่อนจะไม่มีเวลาเหลืออีกแล้ว (คิดว่าประมาณนี้)

ธีมดูเป็นนาฬิกาทราย หมุนไปหมุนมา เวลาที่เหลือก่อนทรายหมด จะใช้อย่างไร

.

ฉาก - ขอพูดเรื่องนี้ก่อน เพราะตลอดมาเวลาดูละครคุณบอย ถกลเกียรติ วีรวรรณ

ฉากของคุณบอยอลังการมาก แต่กลับไม่เคยรู้สักว่าจับใจ เท่าฉากที่ดูธรรมดาของเรื่องนี้

ฉากเรื่องนี้ ถ้าดูปกติ ธรรมดามากๆ ไม่ได้ใหญ่โตอลังการ สมจริงเท่าไรนัก

แต่เมื่อผสมผสานกับเนื้อเรื่องแล้ว กลับให้ความรู้สึกว่า เหมือนจริงซะยิ่งกว่าฉากที่ทำอลังการ

เรียกว่า ทำให้เกิดความรู้สึกคล้อยตามได้ดีกว่าล่ะมั้ง ? เพราะบางครั้งฉากอลังการก็เป็นความสิ้นเปลือง

ที่ไม่ได้อารมณ์ตามมาด้วย แค่รู้สึกว่า ก็สวยดีค่ะ แต่ไม่ได้ให้อารมณ์แบบเดียวกับเนื้อเรื่อง

อาจเพราะสวยเกินไป ไม่ได้พูดเล่นค่ะ สวยเกินไป อย่างฉากเมรุในบัลลังก์เมฆ สวยไปค่ะ

ไม่ได้สวยแบบเศร้าๆด้วยนะคะ สวยแบบว่า ถ้าเป็นของจริง คงเดินมาชมว่า สิ่งก่อสร้างนี้สวยจัง

แล้วยิ่งตอนเปิดลงมาจากข้างหลัง นึกว่า ยานอวกาศจากหนัง  - -"

แต่พอมาเรื่องนี้ ไม่ว่าฉากร้านอาหาร (ร้านเหล้า ?) ก็ให้ความรู้สึกเหมือนจริง ทั้งที่ไม่ได้สวยอะไรมาก

ฉากเก้าอี้กับต้นไม้ ก็ให้ความรู้สึกเศร้าและโดดเดี่ยว ชั้นบนของร้านที่เป็นบ้านของพัด ก็ให้ความรู้สึกเป็นบ้าน

ทุกฉากไม่ได้สวย จนอลังการ แต่กลับจับใจเมื่อยามดู....

 .

เพลง - เพลงของคุณบอย โกสิยพงษ์เป็นเพลงที่ดีและไพเราะอยู่แล้ว การหยิบของดีมาทำนั้น

จึงได้รับความคาดหวังไม่น้อย หากนำของดีไปทำ แล้วเละเทะ คงจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์แบบไม่เกรงใจ

แต่เรื่องนี้ได้นำของดี ไปเสริมแต่งให้กลายเป็นของที่ดียิ่งขึ้น เพิ่มความประทับใจและอารมณ์ให้เข้มข้น

การตีความของบทเพลงทำได้ดี โดยเฉพาะเพลงหยุดที่ร้องด้วยความรู้สึกหลากหลาย (ประมาณ 3 แบบ)

ในสถานการณ์แตกต่างกัน เป็นการตีความที่ยอดเยี่ยมจริงๆ สามารถทำเพลง 1 เพลงให้เข้ากับ 3 สถานการณ์

เพลงของคุณบอย โกสิยพงษ์ ไม่ได้แต่งมาเพื่อละครเวทีเรื่องนี้ แตกต่างกับละครเพลงเรื่องอื่น

แต่อารมณ์คล้อยตามเนื้อเรื่อง ไม่ได้ด้อยกว่า แม้แต่น้อย ต้องเรียกได้ว่า

บทเพลงที่ดี...ถูกนำมาจัดเรียงให้ งดงามยิ่งขึ้น

.

นักแสดง - นักแสดงนำทั้ง 5 คน ขอแยกพูดเป็นคนๆไป

มอส - แสดงบทพัด เราดูละครเวทีเรื่องฟ้าจรดทราย ตอนนั้นเราเฉยๆกะมอสมาก

แต่กลับรู้สึกว่า มอสเหมาะกับบทนี้ มอสเหมาะกับบทน่ารักๆ ทะเล้นนิดๆ เข้าใจว่ามอสอายุไม่น้อยแล้ว

แต่เรากลับรู้สึกว่าพี่เขา เหมาะกับบทใสๆ เด็กๆ มากกว่าบทที่ต้องเป็นผู้ใหญ่มาดขรึมอย่างชาริฟ

เสียงร้องนั้น ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ฟังเมื่อไหร่ก็คุณภาพ จะติดอยู่นิด ตรงส่วนสูงล่ะมั้ง

เวลาประกบคู่กับผู้หญิงสูงๆ มันเลยดูแปลกๆ

นิโคล - แสดงบทฝน สาวสวย ใส น่ารัก แสนดี ตัวแทนของผู้หญิงในอุดมคติของผู้ชาย

เสียงของนิโคลไพเราะมาก แต่เราไม่ชอบชุดที่นิโคลใส่และบทที่นิโคลได้รับเลย

ไม่ใช่เพราะฝีมือการแสดง แต่เพราะเราไม่ชอบบทแบบนี้ในละครหรือนิยายอยู่แล้ว

จึงยากมากที่เราจะชื่นชมอย่างอื่น นอกจากเสียงร้องที่ไพเราะจับใจของเธอ

รัดเกล้า - แสดงบทเจ๊ฉัน เฮฮา สนุกสนาน เป็นความเข้มแข็งที่แฝงด้วยความเหงา

ชอบตัวบทมากๆ และรัดเกล้าเองก็แสดงได้ดี ฉากที่ขำก็ขำ อินก็อิน

เสียงคงไม่ต้องกล่าวถึง ทุกคนยอมรับกันอยู่แล้วว่า สุดยอดขนาดไหน

ออฟ ปองศักดิ์ - แสดงบทต่อ ออฟดูหล่อมาก แมนมาก เป็นคนดีที่เหมาะกับบบทพระรองเสียจริง 555+

น่าแปลก เราว่า ออฟเหมาะกับร้องเพลงของเรื่องนี้ มากกว่าเพลงที่เขาร้องในอัลบั้ม

คงเพราะเพลงของเจ้าตัว ใช้เสียงสูง จนเรารู้สึกว่า มันกลายเป็นเพลงผู้หญิงกลายๆ

แต่พอฟังเจ้าตัวร้องเพลงที่ทำให้ดูแมนๆ ก็รู้สึกว่า ว้าว ! ยอดไปเลย

แก้ม เดอะสตาร์ - ขอเรียกแบบนี้แล้วกัน เพราะเชียร์เจ้าตัวตั้งแต่อยู่รายการเดอะสตาร์

แก้มรับบทพาย น้องสาวพัด ผู้หญิงซนๆ เสียงของแก้มเพราะจริงๆ แต่ติดที่แก้มตัวใหญ่ไปนิด

เวลาเล่นบทน้องสาวคู่กับมอสที่ไม่ได้สูงสักเท่าไร เลยดูไม่ค่อยเหมาะมั้ง ?

ยังไงซะ เสียงเธอก็ไม่ได้ด้อยกว่ารุ่นพี่ในวงการเลย ตอนร้องกับนิโคลและรัดเกล้า

นักแสดงคนอื่นๆ - ขอโทษนะคะ เราไม่รู้ชื่อจริงๆ นั่งเปิดดูในรัชดาลัย แม็กกาซีน ก็มีแต่ชื่อ

ไม่รู้คนไหนเป็นคนไหน เอาเป็นว่า คนที่เล่นเป็นคนพูดไม่ชัด คุณที่เล่นเป็นกะเทยพูดจาฮาๆเรื่อง scar

ทั้งสองคนแย่งซีนนักแสดงนำมากๆ และทำให้เนื้อเรื่องสนุกสนานมากๆเลยค่ะ

ในตอนจบเราปรบมือให้คุณสองคน ดังที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะคุณสุดยอดกันจริงๆ

.

เนื้อเรื่อง - ขอไว้ท้ายสุด เพราะว่า มันดูอ่อน 555+ เนื้อเรื่องนี้ไม่ได้เข้มข้นมาก อาจเพราะใช้พลังหมด

ไปกับการแต่งเรียงร้อยเพลงคุณบอย แล้วเพลงคุณบอยก็ใสๆอยู่แล้วด้วย จะเอามาบีบเดี๋ยวจะเละเทะไปหมด

ที่จริงไม่ใช่เนื้อเรื่องไม่ดีนะคะ แค่ขาดความเข้มข้น เหมือนกินกาแฟใส่นม ก็อร่อยเหมือนกัน แต่ถ้าเป็นกาแฟสด

จะยิ่งได้รสชาติลุ่มลึก จนสุดยอด ประมาณนั้น เนื้อเรื่องเนื้อหาดี ให้ข้อคิดที่ดี มีฉากที่ทำให้อารมณ์คล้อยตาม

จนน้ำตาเอ่อขึ้นมาและไหลออกจากดวงตา แต่กลับมีมุขที่ทำให้คนทั้งโรงหัวเราะกันได้

บทตลกไม่ใช่เรื่องง่ายนะคะ ถ้าทำออกมาแล้วแป็ก มันจะทำให้เนื้อเรื่องกร่อยมาก แต่นี่ ทำได้ดีจริงๆ

เรื่องนี้มีครบทุกรส...สามารถหัวเราะ...ร้องไห้และปรบมือได้ด้วยความประทับใจ

.

เก็บตก

- ชอบฉากนาฬิกาทรายข้างหลังมาก พูดภาษาบ้านๆคือ เท่ โคตร !!

- พี่มอสใส่ชุดดำ ตอนกลับมาอีกครั้ง เท่มากค่ะ ถึงพี่จะดูผอมไปนิดนึง

- บทของคุณรัดเกล้า ทำให้นึกถึงคนรู้จักในชีวิตจริง จนอยากโทรไปหาเลยค่ะ

- ออฟ ปองศักดิ์ แมนมาทั้งเรื่อง มากลับเป็นตัวเองตอนเมดเลย์เพลงสุดท้าย แต่หนูก็ชอบนะ 555+

- รอบที่ไปดู มีพระองค์เจ้าสักองค์หนึ่ง - -" คือ ไม่แน่ใจว่า องค์ไหน มาดูด้วย ก็เลยแอบเกร็งๆนิดนึง

- และสุดท้าย . . . ไม่มี CD เพลงขาย เสียใจอ่ะ เป็นเรื่องแรกเลยนะ ที่คิดอยากจะซื้อ CD

2009/Oct/31

แอบนานเหมือนกัน กว่าจะได้มาเขียนอีกที 555+

พูดถึงมะเร็งกับน้ำตาลเทียมก่อน

.

น้ำตาลเทียมหลายคนจะบอกว่า สารสังเคราะห์ จะใช้ได้เหรอ อันตรายหรือเปล่า ??

ที่จริงรอบตัวเราก็เต็มไปด้วยสารสังเคราะห์นะ จะถามว่ามันสังเคราะห์ไหม มันก็ใช่นะ

แต่พูดถึงเรื่องก่อมะเร็ง ยังไม่มีรายงานในคนนะ แต่บางตัวมีรายงานว่า ก่อมะเร็งในหนูทดลอง

FDA หรือว่า อย. ของอเมริกา ก็เลยกำหนดค่าสูงสุดของการกินเอาไว้

แอสปาเทมอยู่ที่ 50 mg/น้ำหนักตัว 1 Kg

ฉะนั้นถ้าหนัก 50 Kg ก็กินได้ 2500 mg อย่าเพิ่งตกใจว่า มันเพิ่งได้ 2.5กรัมเองนะ

เพราะเจ้าน้ำตาลเทียมซองๆที่เราใช้อยู่ มันไม่ได้เป็นแอสปาเทมทั้งหมด มีส่วนผสมของอย่างอื่น

เพราะเจ้าพวกน้ำตาลเทียมมันหวานมาก เลยใส่แค่ 1 % ก็หวานเท่ากับน้ำตาลทรายแล้ว

แต่เพื่อให้มีรูปร่างจับต้องได้ จึงต้องใส่อย่างอื่นลงไปผสม ไม่งั้นจะกลายเป็นว่า ต้องเขี่ยแค่ 2 เกล็ด จะลำบาก

ถ้าคำนวณคร่าวๆ จะได้ประมาณว่า กินได้ประมาณ 1 ซองต่อน้ำหนักตัว 1 Kg

แต่เนื่องจากในชีวิตประจำวันของเรามีน้ำตาลเทียมมาเกี่ยวข้องมากมาย เช่น น้ำอัดลมไร้น้ำตาล

หรือแม้กระทั่งเร็วๆนี้ กินกาแฟสูตรธรรมดา แอบอ่านข้างซองยังคิดในใจน้ำตาลน้อยดีจัง

อ่านไปอ่านมาเหลือบไปเห็นว่า มันใส่น้ำตาลเทียม อ้าวๆ ไม่ได้กินสูตรลดน้ำตาลอยู่นะ มาได้ไง

มันมาแบบเราไม่ได้ตั้งใจจริงๆ เพราะงั้นใครตั้งใจจะใช้ ก็อย่าให้เกิน 10 ซองต่อวัน หรือใช้ให้น้อยที่สุดดีกว่า

หลายคนอาจถามว่า ถ้าอย่างนั้น ไม่ใช่เลย ไม่ดีกว่าเหรอ จะได้ไกลมะเร็งให้มากที่สุด

อยากตอบว่า มันก็ละม้ายคล้ายคลึง ท่านกินยานั่นแหละค่ะ

ถามว่า ยาทำให้ตับไตทำงานหนักไหม คำตอบคือ ใช่ แต่ถ้าท่านไม่กิน ท่านจะตายด้วยโรคอื่น ก่อนตับไตจะพัง

เพราะฉะนั้น ไม่ต้องกลัวยา เพราะถ้าไม่กินยา โรคที่เป็นอยู่จะแย่ลง

แต่ให้พยายามดูแลตัวเอง  เพื่อให้คุณหมอสั่งลดยา หรือเลิกกินไปเลย จะดีกว่า ไม่ใช่แอบไม่กินเอง

น้ำตาลเทียมก็เหมือนกัน หลายท่าน กินเพื่อหวังลดน้ำหนัก เนื่องจาก น้ำหนักตัวพาโรคต่างๆติดตามมาด้วย

ทั้งเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันสูง บางทีก็แถมพวกโรคข้อมาอีก ก็เลยอยากจะลดน้ำหนัก แต่ยังติดหวาน

น้ำตาลเทียมเป็นตัวช่วยที่ดีค่ะ แต่ไม่ใช่กินไปเรื่อยๆ อยากให้กินไป ลดปริมาณไป ใช้ในการช่วยปรับตัว

เพราะถ้าไม่ใช้น้ำตาลเทียมช่วย บางคนอาจตายเพราะโรคหัวใจก่อนจะเป็นมะเร็ง

ต้องลองชั่งน้ำหนักดูค่ะ ถ้าไม่ลดน้ำหนักตอนนี้ ท่านมีโรคที่ถึงแก่ชีวิตไหม เพราะมะเร็งก็นานพอดูค่ะ กว่าจะเป็น

คำตอบคือ น้ำตาลเทียมใช้ได้ แต่ใช้ระวังๆค่ะ มันไม่อันตราย แต่ไม่ใช่ว่า ปลอดภัย

.

ส่วนน้ำตาลฟรุคโตสนั้น อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า เขาจะเอาไว้บอกว่า เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน

เหตุผลมี 2 ข้อค่ะ ข้อแรก เพราะน้ำตาลฟรุคโตสมีดัชนีน้ำตาลต่ำ

ถ้าต้องอธิบายเรื่องดัชนีน้ำตาล คงจะยาวไปจนเขียนได้อีกเอนทรี่เลยทีเดียว งั้นขอละไว้ก่อน

เอาเป็นว่า สั้นๆ ดัชนีน้ำตาลนั้นต่ำๆจะดี ทำให้น้ำตาลในเลือดขึ้นอย่างช้าๆ

แต่ฟรุคโตสมีงานวิจัยว่า ในระยะยาว ก็ไม่ค่อยดีเท่าไรในโรคเบาหวาน

และต้องเน้นว่า งานวิจัยนั้น ทดสอบฟรุคโตสในปริมาณมากๆ

เพราะงั้น ใช้นิดหน่อยคาดว่า ไม่เป็นไร  แต่ยังไม่เห็นงานวิจัยนะ

ที่สำคัญ ที่ไม่ค่อยสนับสนุนการใช้ฟรุคโตสเพราะ ฟรุคโตสเองก็เปลี่ยนเป็นกลูโคสได้เหมือนกัน

มาถึงเหตุผลข้อสอง ที่จริงคำพูดนั้นมาจากที่ว่า ผู้ป่วยเบาหวานนั้น นำน้ำตาลเข้าสู่เซลล์ลำบากกว่าคนทั่วไป

ฟรุคโตสนั้นเข้าเซลล์ได้ โดยไม่ต้องใช้อินสุลินหรือว่าสัญญาณของอินสุลิน

ผู้ป่วยที่ผอม ต้องการพลังงาน แต่ว่าเป็นเบาหวานด้วย อาจต้องใช้ฟรุคโตส เพราะเซลล์เอาน้ำตาลเข้าไปไม่ได้

ดังนั้น ถ้าในผู้ป่วยเบาหวานที่ผอม ฟรุคโตสอาจเป็นทางเลือกหนึ่งที่ใช้เพิ่มน้ำหนัก แต่ไม่ได้ทำให้โรคดีขึ้น

.

ถ้าใครเคยคุยเรื่องอาหารกับหมอ จะเห็นว่า นอกจากน้ำตาลกับข้าวแล้ว ผลไม้ก็เป็นอีกตัวที่โดนจำกัด

ฟรุคโตสเป็นน้ำตาลที่มาจากผลไม้ แล้วขนาดตัวผลไม้สดๆที่มาจากธรรมชาติยังโดนจำกัด

แล้วทำไม น้ำตาลฟรุคโตสที่ถูกสกัดมาแล้ว ถึงจะไม่โดนจำกัดปริมาณล่ะ ?

.

สรุปแล้ว ทั้งสองอย่างที่ว่ามา ก็กินได้แหละ แต่ปริมาณไม่มาก จนเกินไป